แม้ว่าปัจจุบันสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมาก จากสังคมแห่งปิตาธิปไตยหรือชายเป็นใหญ่มาเป็นสังคมที่ทุกเพศเท่าเทียมกัน ผู้หญิงสามารถออกมาทำงานข้างนอกได้ สามารถรับราชการได้ สามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และมีสิทธิ์และเสียงทุกอย่างเฉกเช่นกับผู้ชาย แต่เลดี้ยังเชื่อว่าความไม่เท่าเทียมทางเพศยังมีอยู่ โดยที่เราเองก็อาจจะมองไม่เห็น กลายเป็นการกดทับทางเพศในมิติที่ทับซ้อนอยู่อย่างเงียบเชียบจนกลายเป็นความปกติธรรมดา
บนโลกนี้ยังมีผู้หญิงอีกมากที่ถูกสังคมกดทับทางเพศ และไร้สิทธิ์ไร้เสียงในการเรียกร้องความเท่าเทียม รวมทั้งถูกกรอบจารีตประเพณีบังคับให้ต้องอยู่เพียงในหลืบมุมแคบๆ เพียงเท่านั้น หนังสือถือเป็นเครื่องมือหนึ่งในการบอกกล่าวเรื่องเหล่านั้น แม้จะไม่มีเพียงเปล่งออกมาแต่ก็ทำให้โลกนี้รับรู้ว่ายังมีความเหลื่อมล้ำอยู่จริงๆ
วันนี้เลดี้เลยมัดรวม 6 หนังสือเกี่ยวกับผู้หญิง ที่จะทำให้ทุกคนเข้าใจผู้หญิงมากยิ่งขึ้น จะมีเล่มไหนน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ
1.อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา: Liu Zhenyun
เล่มแรกที่เลดี้อยากหยิบขึ้นมาแนะนำ คือ “อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา” แค่อ่านชื่อเรื่องก็รู้สึกได้ถึงการขบถบางอย่างของผู้หญิงแล้ว ยิ่งเห็นปกที่มีผู้หญิงยืนเท้าสะเอวส่วนหัวเป็นดอกไม้สีทองที่กำลังบานสะพรั่งบอกเลยว่าอดไม่ได้ที่จะหยิบขึ้นมาอ่านจริงๆ ค่ะ
อย่าเรียกฉันว่านังแพศยา เป็นเรื่องราวของ “หลี่เสวี่ยเหลียน” หญิงสาวชนบทที่แต่งงานและใช้ชีวิตอย่างปกติสุขกับสามีอย่าง “ฉินอวี้เหอ” จนท้องลูกคนที่สอง รัฐบาลจีนออกกฎหมายให้มีลูกได้แค่คนเดียว จึงทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย และทำให้หล่อนต้องขบถต่อทุกอย่าง ตั้งแต่ (อดีต) สามี ข้าราชการ ศาล และรัฐบาล จนทำให้เกิดการปลดข้าราชการยกทั้งแผง จากผู้หญิงบ้านนอกไร้การศึกษาลุกขึ้นมาสู้กับความอยุติธรรมจนได้ชื่อว่า “นังแพศยา” หล่อนทำได้อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างมากค่ะ สำหรับเรื่องนี้ความสนุกอยู่ที่ความแค้นที่ค่อยๆ ผลักดันหลี่เสวี่ยเหลียนเรื่อยๆ บอกเลยว่าเป็นเล่มที่พลาดไม่ได้เเด็ดขาด
ผู้เขียน: Liu Zhenyun
ผู้แปล: ศุณิษา เทพธารากุลการ
สำนักพิมพ์: มติชน
จำนวนหน้า: 406 หน้า
ราคา 360 บาท
2.Sister to Sister คุยเรื่องจุ๋มจิ๋มของน้องสาว

Sister to Sister คุยเรื่องจุ๋มจิ๋มของน้องสาว เป็นหนังสือรวมบทความเกี่ยวสุขภาพทางเพศ จากเพจน้องสาว โดย 'คุณหมอน้ำอ้อย ขวัญชนก หอมแสงประดิษฐ' ค่ะ สำหรับหนังสือเล่มนี้เลดี้ขอบอกเลยว่าสาวๆ ต้องมีค่ะ เพราะเป็นการเขียนเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศด้วยภาษาน่ารัก หยิกแกมหยอก แบบอ่านแล้วต้องแอบคันยุบยิบในหัวใจ มีตั้งแต่เรื่องจุ๋มจิ๋มแบบพื้นฐาน จนไปถึงการพาน้องสาวไปเที่ยวฟินแลนด์กันเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นนะคะยังพูดถึงขนาด รูปทรง การดูแล อาบน้ำ แต่งตัวให้น้องสาวด้วย บอกได้เลยว่าเล่มเดียวครบจบทุกกระบวนท่า เอ๊ย กระบวนความค่ะ เลดี้ขอยกตัวอย่างเรื่องราวในเล่มจากโปรยปกแล้วกันค่ะ
“จิ๋มเราที่ไม่ได้หน้าตาแบบนั้น ผิดปกติไหม”
“จะถูกคนอื่นหาว่ามีเซ็กซ์มาโชกโชนแล้วรึเปล่า”
“ใช้จุ๊ดจู๋ถูไถแค่ภายนอก จะท้องไหมคะ”
“แอบเอากางเกงในคนอื่นมาใส่ จะท้องไหม”
ผู้เขียน: พญ. ขวัญชนก หอมแสงประดิษฐ
สำนักพิมพ์: P.S.
จำนวนหน้า: 176 หน้า
ราคา 220 บาท
3.คิมจียอง เกิดปี 82 – โชนัม จู

ทำไมต้องคิมจียอง? เพราะในปี 82 คนนิยมตั้งชื่อลูกสาวด้วยชื่อนี้ คิมจียองเลยเป็นภาพแทนของผู้หญิงทั่วๆ ไปในยุคนั้น ใครๆ ก็เป็นคิมจียองในสังคมนี้ สำหรับเราเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นจริงในทุกสังคม ไม่ใช่ในเฉพาะเกาหลีที่ผู้หญิงมักถูกวางเอาไว้ต่ำกว่าผู้ชายเสมอ ผู้ชายคือภาพแทนของความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำ ในตำแหน่งงานเดียวกันผู้ชายจะได้เงินเดือนมากกว่าผู้หญิง และไม่ว่าคุณจะทำงานดีมากแค่ไหน ผลงานคุณจะเข้าตาเจ้านายมากขนาดไหน แต่ถ้าคุณเป็นผู้หญิงคุณก็หมดสิทธิ์เพราะองค์กรไม่อยากได้คนที่อีกไม่กี่ปีก็ต้องลาออกไปแต่งงานและเลี้ยงลูก ผู้หญิงเลยถูกกดทับเอาไว้ในฐานะของแม่และเมียก็คือจุดหมายปลายทางของผู้หญิงคือการไปเป็นเมียและเป็นแม่ เพราะอย่างนั้นอย่าคิดว่าจะก้าวหน้าไปไหนทั้งนั้น ไม่ใช่แค่คิมจียองคนเดียว แต่ทุกคนในเรื่องล้วนอยู่ในวังวนนี้กันทั้งนั้น ทุกตัวละครเป็นภาพสะท้อนและส่งเสริมความเป็นคิมจียองให้ชัดเจนขึ้น ทุกครอบครัวจะให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่าลูกสาวเสมอ
สำหรับเล่มนี้เลดี้อ่านหนังสือก่อนที่จะไปดูหนัง ขอบอกเลยว่าหนังก็ทำออกมาดีไม่แพ้หนังสือเลยค่ะ บทสรุปสุดท้ายผู้หญิงจะพลาดโอกาสหลายอย่างในชีวิต พลาดโอกาสที่จะก้าวหน้าในหน้าที่ทำงาน พลาดโอกาสที่จะได้เรียนหนังสือ พลาดโอกาสที่จะได้ทำตามความฝันของตัวเอง เพียงเพราะถูกจำกัดเอาไว้ในกรอบว่าเป็นเมียที่ต้องทำงานบ้านเป็นนางก้นครัว ร่างกายทรุดโทรมทำงานงกๆ เป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกไม่ได้ออกไปเจอโลกข้างนอก อยู่บ้านเฉยๆ ใช้ชีวิตจากเงินเดือนของสามี ไม่แปลกใจที่หนังสือและหนังเรื่องนี้มันจะสร้างแรงกระทบมหาศาลในสังคมเกาหลี เพราะมันกำลังท้าท้ายความเชื่อและสิ่งที่คนในสังคมปฏิบัติมาตลอด
ผู้เขียน โชนัมจู
ผู้แปล ตรองสิริ ทองคำใส
จำนวนหน้า: 192 หน้า
ราคา 190 บาท
4.คัมภีร์โยนี – พญ.เจ็น กันเทอร์

ความจริงที่ต้องรู้เกี่ยวกับโยนีและช่องโยนีทุบกะลามายาคติ
“The Vagina Bible” หรือ "คัมภีร์โยนี" เคยติดอันดับ New York Times Best Seller แต่งโดยแพทย์ด้านสูตินรีเวช พญ.เจ็น กันเทอร์ โดยในหนังสือแบ่งออกเป็น 10 หัวข้อใหญ่ 47 บทย่อ หากสนใจอ่านหัวข้อย่อยๆ เรื่องไหนเป็นพิเศษก็สามารถเลือกอ่านได้ค่ะ
การเอ่ยถึงอวัยวะเพศหญิงหากหลุดออกจากปากผู้พูดที่เป็นผู้หญิง มักจะถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่กร้านโลก เจนจัดเรื่องเซ็กส์ ทำให้การพูดถูก “อวัยวะเพศ” ที่เป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกาย กลายเป็นสิ่งที่ถูกตีความมากไปกว่าอวัยวะ กลายเป็นเรื่องมิดเม้นที่ต้องพูดด้วยน้ำเสียงเบาและพูดในที่ลับที่สุดเท่านั้น สำหรับหนังสือเล่มนี้เลดี้ขอบอกเลยว่าไม่ใช่เป็นการพูดถึงอวัยวะเพศในแง่การเป็นอวัยวะเท่านั้น หากแต่กำลังทุบกะลาของมายาคติ และท้าทายความเชื่ออย่างกล้าแกร่ง ขบถความเชื่อเดิมๆ อย่างร้ายกาจ ความจริงก็ขบถตั้งแต่ชื่อหนังสือที่มีคำว่า Vagina เด่นหราแล้วค่ะ ถ้าแปลเป็นภาษาไทยโดยไม่ต้องเลี่ยงไปใช้คำว่าโยนี ในภาษาสันสกฤตล่ะก็ เลดี้คิดว่าอาจจะทำให้ใครหลายคนในประเทศนี้นั่งไม่ติดเช่นกันค่ะ สำหรับเรื่องนี้เป็นอีกเล่มที่เลดี้เชียร์ให้คนทุกเพศทุกวัยอ่าน เพื่อจะได้เข้าใจความเป็นผู้หญิงได้มากขึ้นค่ะ
ผู้เขียน: Jen Gunter
ผู้แปล: นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
สำนักพิมพ์: แม็กพาย
จำนวนหน้า: 656 หน้า
ราคา 690 บาท
5.ผู้หญิง | อำนาจ – แมรี เบียร์ด (Mary Beard)

ผู้หญิง | อำนาจ ผลงานชิ้นเอกของแมรี เบียร์ด นักประวัติศาสตร์ด้านอารยธรรมกรีก-โรมันโบราณจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จะพาเราย้อนกลับไปสืบค้นรากเหง้าความคิดและวัฒนธรรมที่อยู่เบื้องหลังแนวคิด “ความเกลียดชังเพศหญิง” ผ่านตัวอย่างอันชวนตื่นตาตื่นใจ ทั้งเทพปกรณัมกรีก ผลงานของเชกสเปียร์ ภาพเขียนและประติมากรรมชิ้นเอก ไปจนถึงเหตุการณ์ร่วมสมัยและประสบการณ์ตรงของเธอเอง
ถ้อยแถลงชิ้นนี้ชวนให้เราหันมานิยาม “อำนาจ” เสียใหม่ เพราะสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลงคืออำนาจ หาใช่ผู้หญิง!
เล่มนี้เป็นอีกเล่มที่เลดี้ชอบปกมาก เพราะสื่อสารออกมาได้ตรงกับเรื่องที่กำลังพูด เสียงของผู้หญิงมักถูกมองว่าไร้ค่า ไม่มีความหมาย ขณะที่เสียงของผู้ชายเพียงกระซิบก็ดังสนั่น แสดงให้เห็นถึงอำนาจบางอย่างที่กำลังกดทับผู้หญิง โดยแมรี เบียร์ด ไม่ได้ออกมาพูดเพียงเท่านั้น แต่เธอยังสืบค้นย้อนหลังไปถึงอารยธรรมของกรีก - โรมันโบราณ เพื่อชี้ให้เห็นว่าแนวคิดและวิธีปฏิบัติด้วยอคติเพื่อควบคุมผู้หญิงให้สิ้นอำนาจ ซึ่งหยั่งรากลึกในวัฒนธรรมมายาวนานเพียงใด เป็นอีกเล่มที่เลดี้อยากให้ทุกคนได้อ่านค่ะ แม้ปัจจุบันเราจะพูดถึงกระแสความเท่าเทียมอย่างแพร่หลาย หรือการที่มีกระแส #Metoo เกิดขึ้น รวมทั้งการลุกขึ้นมาประท้วงการไม่ใส่ผ้าคลุมศรีษะของผู้หญิงอิหร่าน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายังมีผู้หญิงอีกมากในโลกใบนี้ที่ยังถูกกดทับจากบางสิ่งบางอย่าง และทำให้เพศหญิงถูกด้อยค่าลง แม้แต่ในสถาบันเล็กๆ อย่างสถาบันครอบครัวก็ตาม
ผู้เขียน: Mary Beard
ผู้แปล: นราวัลลภ์ ปฐมวัฒน
สำนักพิมพ์: Bookscape
จำนวนหน้า: 120 หน้า
ราคา 185 บาท
6.Her Name is ชื่อของเธอคือ…

Her Name is ชื่อของเธอคือ… เป็นผลงานรวมเรื่องสั้นเรื่องเยี่ยมอีกเรื่องจาก “โชนัมจู” ผู้เขียน “คิมจียอง เกิดปี 82”
“บันทึกที่เปิดเปลือยความขมขื่นของผู้หญิง 28 คน 28 ชีวิต เต็มไปด้วยเรื่องราวอันบาดลึก พวกเธอต้องใช้ความกล้าหาญ ในการผจญชีวิตในสังคมเกาหลีใต้ที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทว่าปวดร้าวและหน่วงหนักอยู่ภายใน แน่นอนว่าพวกเธอทุกคนมีชื่อเรียก และหนึ่งในชื่อนั้นอาจเป็นเรื่องราวเดียวกับที่คุณกำลังพบเจออยู่”
โชนัมจูถือเป็นนักเขียนที่ออกมาตีแผ่สังคมปิตาธิปไตยของเกาหลีที่เลดี้ชอบมากที่สุดคนหนึ่ง สำหรับเรื่องนี้โชนัมจูใช้วิธีการหาข้อมูล และพูดคุยกับผู้หญิงกว่า 60 คน ตั้งแต่อายุ 19-60 ปี แล้วนำเรื่องราวมาร้อยเรียงใหม่เป็นวรรณกรรม โดยยึดโยงจากเรื่องเดียวกันนั่นคือ ความเจ็บปวดที่เกิดจากการถูกกดทับทางเพศ ปัญหาความไม่เท่าเทียม ความอยุติธรรมที่ผู้หญิงได้รับ เรียกว่าเป็นอีกเรื่องที่โชนัมจูตั้งคำถามต่อสังคมและสร้างความสั่นสะเทือนอีกครั้ง เฉกเช่นเดียวกับคิมจียอง เกิดปี 82 เลยค่ะ
ผู้เขียน: โชนัมจู
ผู้แปล: นิภารัตน์ รุ่งรังษี
สำนักพิมพ์: Bibli
จำนวนหน้า: 256 หน้า
ราคา 289 บาท